• |
  • |
  • |
FREESHIPPING
* เมื่อซื้อสินค้าครบ 5,000฿

รู้จักทฤษฎีสี ประยุกต์ห้อง Modern Contemporary สวยหรูลงตัว

          สำหรับการตกแต่งภายในในเดือนนี้ ทาง DD4U ขอแนะนำเทคนิคไอเดียสนุกๆ  ในการใช้คู่สีเพื่อสร้างอารมณ์บรรยากาศ ให้ห้องแลดูหรูหรา ในงบที่ไม่สูงด้วยการทำความเข้าใจถึงคู่สี เพื่อนำมาใช้ตกแต่งห้องต่างๆ และใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ก็จะทำให้อารมณ์และความรู้สึกของห้องมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว  โดยดีไซเนอร์บางท่านได้มีการนำเอาบุคลิกของเจ้าของบ้านมาเติมเต็มให้กับห้องแลดูมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย

          แนวคิดของสีมีผลต่อความรู้สึกและส่งผลทางอารมณ์ได้  สีส่วนใหญ่จะมีอารมณ์อย่างน้อยหนึ่งอย่าง โดยมีหลักการที่นิยมใช้แทนค่าของสี เพื่อให้อยู่ในกลุ่มของสีที่สร้างความรู้สึกถึงความหรูหรา ความเรียบง่าย เป็นต้น ก่อนอื่นเราต้องทราบถึงความหมายของสีก่อน เพื่อทราบคู่สีพื้นฐานเบื้องต้น 

          จิตวิทยาสี ได้เกิดขึ้นต้นศตวรรษที่ 19 โดย “โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่” (Johann Wolfgang von Goethe) ได้ตีพิมพ์หนังสือ “ทฤษฎีสี”  และได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการออกแบบในทุกสาขา เหมือนที่เราทราบดีถึงสีที่ส่งผลต่อความรู้สึกตั้งแต่ตอนเด็กๆ ที่ครูศิลปะสอนมาตลอด ทาง DD4U ได้สรุปสัญลักษณ์ของสี ที่แทนค่าความรู้สึกง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  • สีแดง : เป็นสัญลักษณ์ของพลังและความหลงใหล ความกระตือรือร้น
  • สีส้ม : พลัง ความกระตือรือร้น ความมีชีวิตชีวา ความสนุกสนาน การผจญภัย ความอบอุ่น ฤดูใบไม้ผลิ
  • สีเหลือง :ความรื่นเริงเบิกบานใจ ความสุข ความสดใสร่าเริง เกี่ยวข้องกับความสุขในเชิงสร้างสรรค์และความคิดสร้างสรรค์  
  • สีเขียว : รู้สึกสดชื่น ลดความเหน็ดเหนื่อย คลายความตึงเครียด เป็นที่รู้จักในด้านความผ่อนคลาย
  • สีน้ำเงิน : หรูหรา เกียรติยศ ความสง่างาม ความมีน้ำใจ ความกระจ่างชัด ความอ่อนโยน ความอ่อนไหว ความสร้างสรรค์ เทคโนโลยี ความทันสมัย ความเป็นระเบียบ ความเยือกเย็น ความเฉยชา การปกปิดความรู้สึก 
  • สีม่วง : จิตวิญญาณ ความสูงส่ง ความหรูหรา การเฉลิมฉลอง เวทมนตร์คาถา และความหรูหรา  
  • สีเทา : ความอ่อนน้อมถ่อมตน ศักดิ์ศรี ความเสถียร ความมั่นคง ความเป็นทางการ ความมีระเบียบให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเงียบสงบ  
  • สีน้ำตาล : เป็นสีกลาง ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเข้ากันได้ดีกับแทบทุกสี ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เหมือนสีของรากไม้  
  • สีดำ : เป็นสีอมตะคลาสสิก สื่อถึงความรู้สึกลึกลับ ความรอบรู้ ความลึกซึ้ง ความน่าเกรงขาม ความเป็นทางการ ความหรูหรา ความทุกข์ ความเศร้า เป็นอีกสีที่สามารถอยู่ได้กับทุกสี ซึ่งเรามักเรียกเป็นสีกลาง
  • สีขาว : ความเรียบง่าย ความสะอาด สามารถใช้สีขาวร่วมกับสีอื่นๆ ได้ง่ายดาย เนื่องจากอยู่ในกลุ่มของสีกลาง
  • สีทอง : สีนี้คงเป็นสีโปรดของใครหลายๆ คน เนื่องจาก สีทองบ่งบอกถึงคุณค่า รสนิยม ความเจริญรุ่งเรือง อยู่ในกลุ่มของสีกลางเช่นกัน
  • สีเงิน  : ความหรูหรา เกียรติยศ ความสง่างาม เป็นอีกสีหนึ่งที่อยู่กับทุกๆ สีได้

          เมื่อทราบถึงสัญลักษณ์ของสีที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันแล้ว เรามาลองดูตัวอย่างคู่สีที่นิยมใช้ในเหล่าดีไซเนอร์กัน เพื่อรังสรรค์ความหรูหรา ในสไตล์ Modern Contemporary

 

8 ฟิวชั่นหรู สไตล์ Modern Contemporary

1. A Timeless Neutral ด้วยความที่เป็นคู่สีที่เป็นธรรมชาติ (กลุ่มโมโนโทน) จึงเป็นสีที่เหล่านักออกแบบทั้งหลายนำมาใช้กันมาก เพราะนอกจากจะทำให้แลดูสบายตาแล้ว ยังสร้างความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ สำหรับการสร้างความหรูหรามีเทคนิคที่ต้องนำมาผสานด้วยกัน คือ กลุ่มของวัสดุที่มีลักษณะมันวาว เข้ามาเสริม เช่นของตกแต่งที่ทำให้ห้องต่างๆ มีชีวิตชีวา หรืออาจใช้คิ้วโลหะเข้ามาประดับตกแต่งที่ผนัง หรือพื้น เป็นต้น

อาจเลือกวัสดุที่เลียนแบบธรรมชาติ เพื่อลดต้นทุนในการตกแต่ง อาทิ กระเบื้องลายหิน, ลามิเนต(วัสดุปิดผิว)ลายไม้ ทำให้บรรยากาศในห้องแลดูน่าสนใจและยังแลดูมีเสน่ห์ไม่น้อย

 

(credit image: https://bit.ly/2kw9x69)  Mood and Tone ในชุดนี้ จะสังเกตได้ว่ามีการใช้สีน้ำตาลของไม้คู่กับหินธรรมชาติประมาณ 60% และใช้สีขาวซึ่งเป็นสีกลาง 30% สร้างความหรูหราในห้องด้วยโลหะทองเหลือง ซ่อนไฟริบบิ้นในสัดส่วน 10%

 

2. Blue & White คู่สีนี้นิยมใช้สร้างบรรยากาศได้ 2 ลักษณะใหญ่ๆ ที่เห็นได้ชัดๆ คือ บรรยากาศที่เป็นลักษณะสไตล์'เมดิเตอร์เรเนียน' และ 'Modern Contemporary' แต่คู่สีชุดนี้ก็ยังใช้กับสไตล์อื่นได้อีกด้วย เนื่องจากฟิวชั่นในการใช้สีน้ำเงินกับสีขาว เป็นการใช้เทคนิคในสร้างความหรูหรา ยิ่งเมื่อเพิ่มวัสดุคิ้วโลหะทองเหลือง ยิ่งเพิ่มความหรูหรามากขึ้นอีกด้วย

(credit image: https://bit.ly/2lFCRqZ)  ฟิวชั่นสำคัญที่จะรังสรรค์ให้ห้องนอนแลดูหรูสง่างามคือ การใช้วัสดุโลหะในส่วนของคิ้วทองเหลืองที่ผนัง และของตกแต่งที่มีความมันวาว ปริมาณของสัดส่วนสีน้ำเงิน 30% สีเทา 50% สีขาว 20%

 

3. Purple & Pink ฟิวชั่นนี้เกิดขึ้นสำหรับท่านที่ชื่นชอบความหรูแบบอ่อนหวาน ชุดสีนี้นิยมมากในการนำมาตกแต่งห้องนอนกับคนที่ชื่นชอบสไตล์วินเทจ ซึ่งคู่สีนี้ก็สามารถนำมาใช้กับสไตล์ Modern Contemporary ด้วยเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าในการเลือกเฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งนั้นจะเป็นส่วนที่สามารถบ่งบอกสไตล์ของห้องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

(credit image: https://bit.ly/2m2Ios7)  ความมีเสน่ห์ของคู่สีชุดนี้คือ การใช้สัดส่วนของคู่สีที่ลงตัวมาก ด้วยสีม่วง 20% ชมพู 30% เทา 40% และสีขาว 10%

 

4. Neutral & Blue ฟิวชั่นของสีธรรมชาติกับสีน้ำเงิน ในคำนิยามสั้นๆ “หรูสง่างาม” ความหรูหราในสไตล์ Modern Contemporary ความลงตัวของวัสดุธรรมชาติที่ใช้ร่วมกับโลหะทองเหลือง เงิน ทอง นาก หรือวัสดุที่มีลักษณะมันวาว เมื่อนำมาผสมผสานกับงานตกแต่งในส่วนของผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่ง สามารถเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องดูหรูหราได้ทันที

(credit image: https://bit.ly/2kkdGu8)  อย่างพื้นและผนังหลักของห้องรับแขก โดยใช้ไม้ทำสีเว้นร่องไว้ด้านหลัง ซ่อนไฟริบบิ้น ช่วยรังสรรค์ให้ห้องนี้แลดูหรูหราขึ้น รวมไปถึงการใช้เฟอร์นิเจอร์วัสดุโลหะทองเหลืองที่ลงตัว สำหรับคู่สีที่ใช้แบ่งคร่าวๆ ดังนี้ สีขาว 40% สีน้ำเงิน 15% สีเทา 35% สีน้ำตาล 10%

 

5. Peach & Grey ชุดสีชุดนี้อาจจะใช้ยากนิดหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้โทนกลุ่มสีเทามากกว่าและใช้สีพีชเป็นลูกเล่นเพิ่มเติม เป็นการนำเอามาเบรกสีเทาเพื่อให้เกิดความหรูหรา แต่มีสไตล์ที่ฉีกแนวไม่เหมือนใคร การใช้ลูกเล่นของสีพีชสำหรับของตกแต่งในสัดส่วนที่พอเหมาะ จะเป็นสิ่งที่เติมเต็มให้ห้องแลดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

(credit image: https://bit.ly/2kwMlF1)  Mood and Tone ในห้องรับแขกแบบเปิดโล่งที่ใช้เฉดสีขาว-เทา-ดำ ในอัตราส่วน สีขาว 40% สีเทา 30% สีดำ 20% และสีพีช 10 % ลูกเล่นที่โดดเด่นมากในห้องนี้คือ การใช้วัสดุที่มีลักษณะเงา-มันวาว ทั้งยังใช้วัสดุหินเป็นโครงหลักของห้อง รวมถึงพื้น ผนัง และเพดาน หยอดฟิวชั่นด้วยวัสดุทองเหลืองตามขอบเฟอร์นิเจอร์ และโคมไฟ ห้องรับแขกนี้จึงงดงามหรูหราอย่างไร้ที่ติ

 

6. Brown & Cream กลุ่มสี Mood and Tone นี้ เป็นอีกหนึ่งชุดที่ดีไซเนอร์นำเอามาออกแบบตามโรงแรมหรูๆ กัน เนื่องจากเป็นสีกลุ่มโมโนโทนอีกชุดหนึ่งที่ให้ความหรูหราและสบายตา นอกจากนี้การออกแบบในเรื่องของแสงไฟ คู่กับโลหะเงิน ทอง หรือนาก จะต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ต้องการเน้นจังหวะได้อย่างเหมาะสมด้วย กล่าวคือตำแหน่งแสงไฟไม่ควรสว่างทั่วทั้งห้อง แต่จะเน้นเป็นจังหวะของแสง ห้องก็จะแลดูนุ่มนวล สบายตา

(credit image: https://bit.ly/2k1M10G)  จะเห็นได้ว่าห้องรับประทานอาหารนี้ มีการนำเอาคิ้วโลหะมาใช้ในหลายๆ ส่วน ตัดกับเฟอร์นิเจอร์โทนสีพีช และสีน้ำตาลธรรมชาติได้อย่างลงตัว ในสัดส่วนสีน้ำตาล 30% สีเทา 15% สีขาว 40% สีครีม 15%

 

7. Purple & Gold เสน่ห์ของ Mood and Tone ชุดนี้น่าสนใจ และน่านำมาใช้เช่นกัน เนื่องจากเฉดสีม่วงเข้มเมื่อนำมาใช้คู่กับสีทอง จะสร้างความหรูหราให้กับห้องได้ใกล้เคียงกับกลุ่มสีน้ำเงิน แต่เสน่ห์ของห้องจะให้ความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก

(credit image: https://bit.ly/2lDOqPO)  ด้วยลูกเล่นของห้องนอนนี้ ใช้ผ้าคลุมเตียงเป็นสีม่วงเข้ม15% ตัดด้วยสีขาวของหมอน 10% ผนังหัวเตียงบุผ้าหนังเทียมสีดำ 25% ตัดขอบโลหะสีทอง 10% ใช้พรมและผ้าม่านสีเทา 40% ทั้งนี้ยังมีการใช้ลายวอลเปเปอร์ ซึ่งมีลวดลายที่สร้างเรื่องราวให้ห้องนอนมีเสน่ห์น่ามองยิ่งขึ้น

 

8. White & Black โทนสีคลาสสิกที่นิยมใช้กันอีกกลุ่มสีหนึ่ง แต่ต้องมีเทคนิคบางประการที่จะต้องคำนึงถึงด้วย ก็คือ จังหวะตำแหน่งของสี แต่ให้ใช้วิธีง่ายๆ ด้วยโทนสีส่วนใหญ่เป็นโทนออกขาวไว้ก่อน แล้วใช้สีดำในบางส่วน จะทำให้ห้องแลดูสว่างสบายตา แถมมีสีดำช่วยตัดให้มีเสน่ห์น่าค้นหา

(credit image: https://bit.ly/2kwaLON)  สำหรับห้องนั่งเล่นห้องนี้ เป็นโถงสูงและใช้สีขาวลายหินอ่อนที่ผนัง ตัดด้วยเส้นคิ้วทองเหลืองจากพื้นจรดเพดาน และใช้โต๊ะกลางหินสีดำ เบรกด้วยสีเทาในส่วนของพื้นและหมอนอิง ทำให้ห้องนี้หรูหราเหมือนโรงแรม และห้องนี้ยังมีความพิเศษอีกอย่างคือ การใช้สีแดง และสีน้ำเงินลงที่เฟอร์นิเจอร์ด้วย สร้างสรรค์ให้ห้องงดงามสมบูรณ์แบบ (อัตราส่วนสีขาว 50% สีดำ 10% สีเทา 30% สีอื่นๆ 10%)

 

          สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียตกแต่งห้องแนว Modern Contemporary ลองนำเอา Mood and Tone 8 ฟิวชั่นนี้ไปใช้ พร้อมเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี ดีไซน์ลงตัวกับห้องของคุณทุกห้องได้เลยที่ https://www.dd4u.com รับรองห้องโปรดของคุณจะดูหรูหรามีราคาขึ้นเป็นกอง อีกทั้งได้ของตกแต่งที่ช่วยปรับอารมณ์ความรู้สึกให้สนุก และมีดีเทลได้มากยิ่งขึ้น

 

#DD4U #Staytinstyle #ModernContemporary #8Tones

© 2016 DD4U ALL RIGHTS RESERVED